VOTE NO,ปฏิรูปการเมือง,Chaiwat,Suravichai

VOTE NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง – Chaiwat Suravichai


บอกเล่า เก้าสิบ กับ ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
VOTE  NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง
– Chaiwat Suravichai

http://wp.me/p3uK8h-Ja
Vote No, ปฏิรูปการเมือง, Chaiwat Suravichai
Get a scroller sign at http://www.crazyprofile.com.com!

จาก Love King


การเมืองใหม่ (NewVersion)

ภาพที่ 2

VOTE NO...OH YEAH 300X border=
เพื่อนมิตรที่รัก ,ช่วงนี้ได้ใช้เวลาไปพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้คนที่หลากหลาย รวมทั้งผู้ อาวุโสทางวิชาการและภาคประชาชน   คุยกันหลายเรื่อง ที่สําคัญคือ: การผลัก ดันการปฏิูรปการเมือง โดยภาคประชาชน และเรื่อง VOTE NO ซึ่งเกือบ 100% เห็นว่าการนําเสนอของแกนนําASTV และเถ้าแก่ : ผิดพลาดและเกิดผล เสียต่อภาคประชาชนและการปฏิูรูปการเมือง ,


ยิ่งเวลาผ่านไป ดูเหมือนแกนนําASTV จะไปไม่ถูก………เสนอสมมุติฐานที่ผิด แล้วเอามาเป็นโจทย์อธิบายการกระทําของตน นักวิชาการและผู้มีประสบการณ์ต่างส่ายหน้า และไม่ต้องพูดถึงเถ้าแก่ ที่มีเจตนาแอบแฝง ผมจึงรวมรวบเขียนมาเป็นบทความ เสนอมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนมิตร อยากจะได้รับฟังเสียงสะท้อน ด้วยเหตุด้วยผล ชัยวัฒน์ สุรวิชัย 23052554 444 VOTE  NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง “บ้านเมืองเรานี้..เราไม่สามารถทําให้ทุกคนเป็นคนดีได้ หน้าที่ของเรา:คือ การส่งเสริมสนับสนุนให้คนดี ได้เข้าไปบริหารปกครองบ้านเมือง และกีดกันคนไม่ดีไม่ให้เข้าไป … พระบรมราโชวาท ” การนําเสนอ VOTE NO ของ ASTV  เปลี่ยนไปกลับมา เพื่อจะหาคําอธิบายให้แก่ผู้ฟัง คล้ายกับตั้ง คําตอบ ไว้ล่วงหน้า แล้วจึงหา คําถาม มาให้สามารถนําพาไปหาคําตอบได้ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่สามารถอธิบายให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่า VOTE NO ทําไม?

Ø VOTE NO เพื่อปฏิเสธ นักการเมืองและระบบการเมืองไม่ดี,ใช่:แล้วอย่างไร?
Ø VOTE NO แล้วจะทําอะไรต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
Ø เป้าหมายคืออะไร? เป็นประชาธิปไตยไหม? เห็นตรงกันหรือไม่ระหว่างแกนนํา
Ø การนําไปสู่เป้าหมาย ต้องมีความชัดเจน จะอ้างว่า ยังไม่รู้ ถือว่าไม่ควรเป็นแกนนํา คําอธิบายในช่วงหลังนี้คือ : การตั้งสมมุติฐานหรือตรรกะขึ้นมา (ซึ่งไม่รู้ว่าจะผิดหรือถูก) แต่กลับ ไปยืนยันว่า สมมุติฐานหรือตรรกะนั้น ถูก, แล้วยึดเอามาเป็นหลักในการอธิบาย
Ø อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทย ก็จะได้จัดตั้งรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะเคยชนะมาตลอด

Ø เลือกหรือไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีผลอย่างไร ก็จะต้องเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว
Ø ไม่ว่า พรรคพท. หรือ พรรคปชต. มาเป็นรัฐบาล ก็ไม่ต่างกัน แก้อะไรไม่ได้
Ø การVOTE NO ไม่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน
Ø ถ้าไม่ไป VOTE NO พวกเรา ก็จะเป็นฝ่ายแพ้,ฉนั้นต้องไปกันมากๆ
Ø ถ้าคะแนน VOTE NO มาก ๆ 15,10,5 ล้าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะไม่กล้านิรโทษกรรม

Ø และยังมีการอ้างสรรพคุณของVOTE NO เป็นยาสารพัดประโยชน์แก้คอร์รับชั่น..
Ø บางคนไปเอาคะแนน ผู้ไม่ไปใช้สิทธิ์มารวมกับVOTE NOเพราะเห็นแล้วว่าจะน้อย ปัญหาหรือเหตุที่แท้จริง ไม่สามารถแก้ได้โดยการ นําเสนอ VOTE NO เท่านั้น และเถ้าแก่ ASTV, GANGs of 4 มีเป้าหมายแอบแฝง ที่มิใช่วิถีทางประชาธิปไตย ความจริงเถ้าแก่ GANGs of 4 พูดชัดเจนตรงไปตรงมาดี ( ไม่ซ่อนเร้น)
Ø จะทําทุกอย่างให้พรรคทักษิณ(เพื่อไทย) เป็นรัฐบาล
Ø จะทําทุกอย่างให้พรรคอภิสิทธิ์(ประชาธิปัตย์) เป็นฝ่ายค้าน
Ø เพื่อให้ทหารและประชาชน ออกมาร่วมกันล้มทักษิณ เพื่อการเปลี่ยนแปลงการเมือง

Ø แล้วเถ้าแก่และพวกยินดีเข้าไปเป็นรัฐบาล ความจริงที่แกนนําASTV ไม่ได้บอกแก่ผู้ฟัง คือ : VOTE NO ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร
Ø VOTE NO ไม่มีสถานะทางกฏหมาย ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญ
Ø คะแนน VOTE NO จะน้อย ไม่มีทางถึง 5 ล้าน และจะได้น้อยกว่าคนไปเลือกมาก
Ø VOTE NO ไม่ได้แก้ปัญหานักการเมืองและระบบการเมืองที่ไม่ดี
Ø VOTE NOแบบnegative ของASTV ไม่มีประเทศใด นําไปใช้ปฏิูรปการเมืองได้

Ø นักการเมืองส่วนใหญ่-ระบบการเมืองไม่ดีจริง แต่ไม่สามารถแก้ได้โดยVOTE NO VOTE  NO มีผลเสียหายมากกว่า
Ø ไม่ได้เป็นการสนับสนุนคนดีให้เข้าไปทําหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในสภา*
Ø แต่เป็นการส่งเสริมให้คนไม่ดี คนมีอํานาจซื้อเสียง เข้าไปในสภาฯได้ง่ายและมากขึ้น* ( *ขัดกับพระบรมราชโชวาท :ที่ให้ส่งเสริมคนดีและกีดกันคนไม่ดี เข้าไปในสภาฯ )
Ø เป็นการนําที่ผิดพลาดและเสียหายต่อประชาชนและประเทศของแกนนําASTV
Ø การพูดชี้นําด้านเดียวของแกนนํา ทําให้เกิดมิฉาทิิฐแก่ผู้ฟังที่ขาดการใช้สติปัญญา

Ø เป็นการก่อให้เกิดความขัดแย้งในหมู่เพื่อนมิตรอย่างไม่ถูกต้อง ด้วยการไปใช้ท่าทีไม่ดีต่อเพื่อนมิตรจํานวนมากที่มีความเห็น ต่าง โดยเฉพาะการใช้ท่าทีอันธพาลของเถ้าแก่:ต่อคุณสมศักดิ์ โกศัยสุข(แกนนําพธม.) และพรรคการเมืองใหม่ .
Ø การติดป้ายยักษ์ูรูปสัตว์ป่า หวังประนามนักการเมือง และการใช้คําพูด “ไอ้พวกสัตว์” เป็นการย้อนศรทําลายตัวเอง<  และนับวันยิ่งกร้าวร้าวรุนแรงขึ้น, คนรับไม่ได้มากขึ้น. สมมุติฐานที่แกนนําสร้างขึ้นมา ยังมีหลักฐานและข้อเท็จจริงน้อยมากในผลการเลือกตั้ง
Ø พรรคเพื่อไทย(ทักษิณและเสื้อแดง) มิแน่ว่า:จะได้มาเป็นรัฐบาลแน่ๆ
Ø โอกาสของพรรคเพื่อไทย(ฝ่ายค้าน) จะแพ้พรรครัฐบาล > มีไม่น้อย – มีมาก
Ø แนวโน้มของการปฏิูรปการเมือง มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากการตื่นตัวของประชาชน นักวิชาการ และผู้นําในวงการต่างๆของสังคม จากการที่ฝ่ายการเมือง ถูกกดดันจากสถานการณ์ที่วิกฤตของประเทศ จากผลงานของคณะกรรมการปฏิูรปชุดท่านอานันท์-หมอประเวศ, ดร.สมบัติ , คุณคณิต ณ นคร รวมทั้งกลุ่มธุรกิจภาคประชาสังคมและภาคประชาชนทั่วประเทศ.

Ø สมมุติพรรคเพื่อไทย ได้มาเป็นรัฐบาล ก็มิใช่ว่ากองทัพจะออกมาขับไล่ได้ง่ายๆ
Ø ผลของการVOTE NO มีแน่นอน:คือ เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ เพราะพธม.ส่วนใหญ่ที่ไปVOTE , ไม่ต้องการให้พรรคทักษิณกลับมาเป็นรัฐบาล การกระทําในเชิงลบดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นของแกนนําพธม. กลุ่ม ASTV
Ø เป็นการเอาภาคประชาชนมาเดิมพันมาสุ่มเสี่ยง มารับผลเสียที่จะเกิดขึ้น จากอัตตาและมิฉาทิฐิของแกนนํา ที่มิได้ใช้ความเป็นจริงมากําหนด
Ø มิใช่เป็นวิีถีที่ภาคประชาชนซึ่งทํางานเพื่อส่วนรวม จะนํามาใช้ในการทํางานมวลชน
Ø เป็นการคิดและสั่งการด้วยASTV และสื่อด้านเดียว ไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม มีความไม่พร้อม ขาดแผนงานคิดและตัดสินใจเฉพาะหน้า

Ø ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดผลดีต่อประชาชนและประเทศชาติเลย ทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อนที่รัก : ขอร้องให้ทบทวน ปรึกษากับมิตรแท้ :โดยการสรุปและประเมินผลที่เกิดขึ้น อย่าถลําไปไกลกว่านี้เลย เท่านี้ก็แย่แล้ว จงหยุด?  ถอยกลับมาอยู่บนความเป็นจริง จากเพื่อนมิตรที่เคารพและซื่อสัตย์ต่อประชาชน

ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
23052554

| VOTE NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง

ภาพที่ 3

POSTER,ActualSize.jpg,original

VOTE NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง – Chaiwat Suravichai

POSTER-ActualSize.jpg~original

 จรรยาบรรณ การหาเสียงเลือกตั้ง การเลือกตั้งทั่วไปปี 2554
ทวงคืนMBLOG28 ร่วมรณรงค์เป็นพยานจับตามองการลงนาม “จรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง”
0000000…000000……..00000000……….000000000000..00000000000
00000……..000000…000000000000…..000000000000..00000000000…..0000……….0000…….0000………….0000…000..0000..000…0000……….000 ……0000….0000…….0000………….0000………….0000………….00000000……. …….0000..0000……..0000………….0000………….0000………….00000000……. ………0000000…………0000………..0000…………..0000………….0000……….000 ………..00000……………000000000000…………..0000…………..00000000000 ………..00000……………….00000000………………..0000…………..00000000000………………………..00000…..0000000……..00000000…………………………………………………………………..000000..0000000…000000000000……………………………………………………………0000000…..0000….0000………..0000……………………………………………………………00000000..0000…0000………….0000……………………………………………………………0000..00000000…0000………….0000……………………………………………………………0000….0000000….0000………..0000………………………………………………………….0000000..000000…..000000000000………………………………………………………….0000000….00000……….00000000……………………………………….

สัมผัส…อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสำเนียง เสียงภายใน

wannaprasart blog

Advertisements

7 thoughts on “VOTE NO : แก้ปัญหาไม่ได้กลับสร้างปัญหาใหญ่ ต่อการปฏิรูปการเมือง – Chaiwat Suravichai

  1. wannaprasart

    การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

    รศ.วิทยากร เชียงกูล
    คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมน์ “ปฏิรูปประเทศไทย แบบไหน อย่างไร”

    วิพากษ์เรื่องการรณรงค์โหวตโน
    โดย : วิทยากร เชียงกูล

    การรณรงค์ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนออกไปกาช่องไม่ประสงค์เลือกใครในการเลือกตั้งคราวหน้า เป็นยุทธศาสตร์ที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะได้ผลลบมากกว่าผลบวก

    คำอธิบายของแกนนำพันธมิตร ว่านี่คือ การต่อสู้ครั้งสำคัญ เพื่อปฏิรูปประเทศไทยหรือระบบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง ค่อนข้างเป็นอุดมคติแบบลอยๆ ไม่มีเหตุผลหลักฐานพยานที่จะสนับสนุนได้อย่างเป็นวิชาการชัดเจนว่าการโหวตโนของประชาชนจะก่อให้เกิด “การปฏิรูป” ได้ในแบบไหนและอย่างไร

    แกนนำพันธมิตรค่อนข้างเพ้อฝันว่าหากคะแนนโหวตโนมีมากกว่าคะแนนที่คนเลือกนักการเมืองในเขตนั้นๆ หรือทั้งประเทศ คือ การประกาศว่าประชาชนส่วนใหญ่ปฏิเสธนักการเมืองในระบบเลือกตั้งปัจจุบัน และจะนำไปสู่การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบใหม่อย่างสำคัญ

    ความจริงทางการเมือง ก็คือ กลุ่มพันธมิตร ซึ่งตอนนี้มีแนวร่วมลดลงกว่าสมัยชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทักษิณมาก คงจะโน้มน้าวให้คนไปกาไม่ประสงค์เลือกใครได้ไม่มากนัก ในประวัติศาสตร์การเมืองทั่วโลก การโหวตโนไม่เคยเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการเมือง ประเทศไทยเคยมีสถานการณ์พิเศษที่ทำให้คนราว 10 ล้านคนไปโหวตโนในการเลือกตั้งเดือนเมษายน 2549 เพราะครั้งนั้นรัฐบาลทักษิณยุบสภาเพื่อหนีปัญหา ทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านอื่นคว่ำบาตรไม่ส่งผู้สมัคร คนที่มีการศึกษาและหรือตื่นตัวทางการเมืองก็ไม่พอใจรัฐบาลมาก จึงออกมาโหวตโนกันมาก (ราว 30% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) การโหวตโนครั้งนั้นทำให้เขตที่มีผู้สมัครจากพรรคทักษิณเพียงพรรคเดียวที่ได้คะแนนไม่ถึง 20 % ไม่มีสิทธิเป็น ส.ส. ในหลายเขต แต่หลังจากนั้น ก็มีการจัดเลือกตั้งซ่อมและมีพรรคเล็กๆ ส่งคนลงสมัคร ทำให้พรรคของทักษิณได้ ส.ส.เข้ามามาก และจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่ดี

    การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นต่อมาเพราะศาลพิพากษาว่าพรรคของทักษิณทำผิดในการไปว่าจ้างพรรคเล็กๆ ให้มาลงสมัครแข่งกับผู้สมัครพรรคของตน เพื่อจะได้ไม่ต้องติดเงื่อนไขต้องได้คะแนนเกิน 20% การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะประชาชนไปโหวตโนมากแต่อย่างใด ไม่ได้มีกฎหมายหรือวัฒนธรรมทางการเมืองไทยรับรองว่าการโหวตโนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้

    Like

  2. wannaprasart

    รศ.วิทยากร เชียงกูล
    คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมน์ “ปฏิรูปประเทศไทย แบบไหน อย่างไร”

    วิพากษ์เรื่องการรณรงค์โหวตโน(ต่อ)
    โดย : วิทยากร เชียงกูล

    /การโหวตโนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้

    การเลือกตั้งคราวหน้า สถานการณ์ต่างไปมาก พรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยอยากลงสมัคร เพราะพวกเขาหวังชนะกลับมาจัดตั้งรัฐบาล พรรคทุกพรรคก็จะลงสมัครด้วย ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่าการเลือกตั้งเป็นวิธีที่พอใช้ได้หรือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการรัฐประหาร จะมีก็เฉพาะปัญญาชนที่มีการศึกษาและหรือที่ตื่นตัวทางการเมืองส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เบื่อนักการเมือง อาจจะไม่ไปเลือกตั้งหรือไปกาช่องไม่เลือกใคร และพวกที่ผูกพันทางอารมณ์กับกลุ่มพันธมิตร อย่างเหนียวแน่น เมื่อถูกแกนปลุกระดมให้โหวตโนก็คงจะคล้อยตามอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งประเทศแล้ว คนที่ไปกาช่องไม่เลือกใครคงจะน้อยมาก คงไม่ถึง 10% ของผู้มาใช้สิทธิและอาจจะต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ

    เมื่อคะแนนไม่ประสงค์เลือกใครมีน้อย จึงคงไม่มีผลสะเทือนทางการเมืองในทางบวก ขณะที่ผลในทางลบที่เห็นชัด คือ จะทำให้โอกาสของพรรคการเมืองใหม่ และพรรคเล็กอื่นๆ ที่จะได้ ส.ส. อย่างน้อยในระบบบัญชีรายชื่อหายไป รวมทั้งจะทำให้คะแนนที่คนอาจลงให้พรรคประชาธิปัตย์ลดน้อยลงด้วย ขณะที่คะแนนจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ นั้นมีแน่นอนอยู่จำนวนหนึ่ง ถึงพวกเขาจะได้เท่าที่เขามี แต่เมื่อคิดคะแนนเป็นสัดส่วนตามระบบบัญชีรายชื่อแล้วจะมีน้ำหนักมากขึ้น พวกเขาจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น

    แกนนำพันธมิตรบางคนอธิบายว่าการโหวตโนเป็นการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ที่จะต้องมีคนกลุ่มน้อยกล้าทำจึงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้ แต่นี่เป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างเป็นหลักการลอยๆ ไม่ชัดเจน เพราะทางเลือกอื่นนอกจากระบบเลือกตั้ง เช่น การใช้ระบบสรรหาหรือคัดเลือกตามกลุ่มวิชาชีพนั้นยังเห็นได้ไม่ชัดเจนว่าจะดีกว่า ระบบเลือกตั้งที่ประเทศส่วนใหญ่เขาใช้กันอย่างไร การรัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่นำสู่รัฐบาลและสภาจากการแต่งตั้งก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก ระบบการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาครึ่งหนึ่ง คือ 74 คน ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ได้ ส.ว.ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่า ส.ว.จากการเลือกตั้งแล้ว แม้จะได้ ส.ว.ที่เป็นนักเสรีประชาธิปไตยและเอาการเอางานในกลุ่ม ส.ว. 40 อยู่บ้าง แต่ ส.ว. กลุ่ม 40 นั้นบางคนก็มาจากการเลือกตั้ง มองภาพรวมแล้ว ส.ว.จากการสรรหาเกินครึ่งหนึ่งเป็นพวกอดีตนายทหารนายตำรวจข้าราชการและพวกนักธุรกิจที่มีเส้นสาย ที่ไม่ได้เป็น ส.ว.ที่ทำงานอย่างมีคุณภาพมากนัก การเสนอการปฏิรูปประเทศด้วยระบบอื่นที่ไม่ใช่ระบบเลือกตั้งจึงไม่ใช่คำตอบที่เป็นหลักประกันได้ดีนัก และมีลักษณะเป็นชนชั้นนำนิยม ไม่มองที่การปฏิรูปจากล่างขึ้นบน คือ ที่ภาคประชาชนอย่างแท้จริง

    Like

  3. wannaprasart

    รศ.วิทยากร เชียงกูล
    คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต คอลัมน์ “ปฏิรูปประเทศไทย แบบไหน อย่างไร”

    วิพากษ์เรื่องการรณรงค์โหวตโน(ต่อ)
    โดย : วิทยากร เชียงกูล

    /ที่ภาคประชาชนอย่างแท้จริง

    ระบบเลือกตั้งของไทยมีปัญหาจริง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน ได้รับการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ เมื่อปัญหาอยู่ตรงนี้ก็ต้องแก้ที่ตรงนี้ เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมให้เป็นธรรม ปฏิรูปการศึกษาให้เป็นธรรมและมีคุณภาพ การปฏิรูประบบเลือกตั้ง เช่น เลือกนายกรัฐมนตรีและทีมคณะรัฐมนตรีโดยตรง การเพิ่มจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตคนที่ชนะต้องให้ได้เสียงเกิน 50% ขึ้นไปจึงได้เป็น ส.ส.ถ้าเลือกครั้งแรกยังไม่ได้ ให้คัดคนเฉพาะที่ 1-2 มาให้คนเลือกรอบ 2 การเลือก ส.ส. ตามกลุ่มอาชีพฯลฯ นี่คือ ตัวอย่างแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจนกว่าเรื่องโนโหวต ซึ่งเป็นการคิดแบบหวังผลเลิศที่ค่อนข้างโรแมนติกมากกว่าจะอยู่กับความเป็นจริงทางการเมือง

    การปฏิรูปทางการเมืองนั้นเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องใช้เวลายาวนาน ต้องใช้ยุทธวิธีพลิกแพลงยืดหยุ่น ต่อสู้ได้หลายๆ ทางโดยไม่จำกัดผูกมัดตัวเองแบบเสี่ยงต่อการกลับมาทำร้ายตนเองหรือพรรคพวก ที่สำคัญ คือ ต้องเน้นการให้การศึกษาและการจัดตั้งประชาชน ไม่ใช่หวังพึ่ง ทหาร ตุลาการ สถาบันของชนชั้นนำสถาบันใด

    ในสถานการณ์ที่ประชาชนยังไม่สุกงอมตื่นตัวทางการเมืองมากพอและประชาชนอยากมีทางเลือกที่พอเห็นได้บ้าง การไปลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองใหม่ หรือ พรรคเกษตรกร พรรคแรงงาน ฯลฯ ให้พวกเขามี ส.ส. ไปเป็นฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายไปโฆษณาผลักดันการปฏิรูปการเมืองสังคม ซึ่งต้องใช้เวลาในการให้การศึกษาและจัดตั้งประชาชน น่าจะมีผลดีในการสร้างการเรียนรู้จากการปฏิบัติและผลักดันปฏิรูปประเทศได้ดีกว่าการโหวตโน

    Tags : วิทยากร เชียงกูล

    Like

  4. wannaprasart

    “เรียน ท่านที่เคารพ

    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 นี้ ท่านทราบดีว่าในฐานะพลเมืองไทย เราทุกคนมีสิทธิ์ ในการเดินเข้าคูหา และ “กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน” ทั้งในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ แบบบัญชีลายชื่อ

    ทั้งนี้ เพื่อยืนยันให้บรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งหลาย ทราบว่า
    1. ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบ ควบคุม และ พัฒนาระบบการเมือง
    2. เพื่อร่วมกันหาทางปรับปรุงระบบการเมือง ในอนาคต

    เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองไม่ว่าฝ่ายใดล้วนใช้เล่ห์เพทุบายทุกประการ เพื่อเข้ามาสู่อำนาจ อันนำมาสู่การฉ้อราษฎร์บังหลวง ก่อให้เกิดภาวะค่าครองชีพสูงจนผิดปกติ ในขณะที่นักการเมืองทั้งนั้นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาด้วยการล่อลวงประชาชน

    การใช้สิทธิ์ “เข้าคูหา กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน” ในครั้งนี้ ไม่ทำให้เกษตรกร อุตสาหกรรม การบริการ การสังคมสงเคราะห์ การพานิชย์ ฯลฯ หยุดชะงักไปแต่อย่างใด ในฐานะพลเมืองแห่งประเทศไทย เรามาร่วมกัน “ทำบุญใหญ่ให้กับประเทศ” เพื่อแก้ไขสิ่งผิดพลาดที่มาจากฝีมือนักการเมืองทั้งหลาย … อนาคตของสังคมเราอยู่ในมือทุกคน

    อนึ่ง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาใหญ่ในสังคมไทยร่วมกัน ขอความกรุณาถ่ายเอกสารจดหมายฉบับนี้ และส่งไปยังเพื่อนร่วมสังคม อย่างน้อยคนละสิบฉบับ หรือมากกว่านั้นตามกำลังศรัทธา

    ขอแสดงความเคารพ
    พลเมืองคนหนึ่งของประเทศไทย”

    Like

  5. wannaprasart

    ไทยรัฐออนไลน์
    โดย ทีมข่าวหน้า 1
    9 สิงหาคม 2554, 22:45 น.

    โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่แล้ว

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 9 ส.ค. ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่ ความว่า…

    ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี
    (พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 แล้วนั้น

    บัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

    นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย,
    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกรัฐมนตรี,
    พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกรัฐมนตรี,
    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,
    นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,
    นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,
    น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,
    พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,
    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง,
    นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง,
    นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง,
    นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,
    นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,
    นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,
    นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,
    พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,
    พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,
    นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,
    นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
    นายภูมิ สาระผล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์,
    นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์,
    นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย,
    นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย,
    พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,
    นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน,
    นางสุกุมล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม,
    นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,
    นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,
    นางบุญรื่น ศรีธเรศ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,
    นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,
    นายวิทยา บุรณศิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข,
    นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข,
    นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2554

    เป็นปีที่ 66 ในรัชกาลปัจจุบัน

    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
    นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    นายกรัฐมนตรี

    Like

  6. wannaprasart1

    อย่าเพิ่งสู้ ถ้ารู้แน่ ว่าแพ้พ่าย

    อย่าเพิ่งสู้ ถ้ารู้แน่ ว่าแพ้พ่าย
    เก็บเแรงกาย รวมแรงใจ ไอ้เกลอเอ๋ย
    เกาะรวมกลุ่ม ชุมนุมชน คนคุ้นเคย
    เอาละเหวย! เอาละวา! ตีฝ่าไป…

    ร่ายบท: Arichai Tipayaratkul
    ..รจนา: Pak Fah Din พรรคฟ้าดิน VOTE NO

    ซึมซับ…สู่ตับไต ไหลรินสู่ …รูทวาร

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s