ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์

"ครึ่งหนึ่งของพรรค คือความเป็นพันธมิตรฯ…" ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์


ทัศนีย์
ทัศนีย บุญประสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่

“ครึ่งหนึ่งของพรรค คือความเป็นพันธมิตรฯ…” ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์รายงานพิเศษ – นภาพร แจ่มทับทิม”ครึ่งหนึ่งของพรรค คือความเป็นพันธมิตรฯ เราเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง”

ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์

http://wp.me/p3uK8h-JI
พันธมิตรฯ, ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์

เหลืออีก
ภาพที่ 2

รายงานพิเศษ
นภาพร แจ่มทับทิม
“ครึ่งหนึ่งของพรรค
คือความเป็นพันธมิตรฯ 
เราเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง”
ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์

 

รายงานพิเศษ
นภาพร แจ่มทับทิม
  “ครึ่งหนึ่งของพรรค
คือความเป็นพันธมิตรฯ
เราเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง”
ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์
            แกนนำ นปช.ชูยุทธศาสตร์สองขา ‘เสื้อแดงเลือกพรรคเพื่อไทย’ เชื่อมโยงการเมืองในและนอกสภาฯ นับเป็นทิศทางที่น่าสนใจ ในเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมเดินเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้ง          เหตุไฉนแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ กลับประกาศโหวตโน ไม่เลือกพรรคใด หันหน้าพึ่งพิงแนวทางนายกฯ พระราชทาน สวนทางกับ ‘สมศักดิ์ โกสัยสุข’ หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่และแกนนำพันธมิตรฯ ที่ย้ำเจตนา ไม่ยอมรับการรัฐประหาร และจะมุ่งเข็มสู่การเลือกตั้ง ดังที่เตรียมการไว้          แม้จะต้องรอวัดใจกับสองทางเลือกของพรรค วันที่ 24 เมษายนศกนี้ ในการประชุมสามัญประจำปี นอกเหนือจากการนำเสนอโครงสร้าง แผนงานการดำเนินงานในปี 2554 แล้ว วาระสำคัญคงหนีไม่พ้นอนาคตพรรคการเมืองใหม่ ว่าจะ ‘ไปด้วยกัน’ หรือ ‘แยกกันเดิน’ กับพันธมิตรฯ

          ยอมรับกันว่า เส้นทางการเปลี่ยนจากขบวนการเคลื่อนไหวการเมืองมาเป็นพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่การก่อร่างสร้างพรรคเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับการเมืองไทย ด้วยแนวคิดของกลุ่มคนแนวร่วมภาคประชาชน ทำงานคลุกคลีกับแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน และเข้ามามีบทบาทในกรรมการบริหารพรรคนี้ ที่มีสัดส่วนอยู่มากพอสมควร

          ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์ หรือ ‘จุ๋ม’ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเป็นอดีตรองนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (ยุคที่ สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ เป็นนายกฯ อศมร.) และเป็นผู้นำชาวพิบูลมังสาหารต่อต้านการเสร้างเขื่อนปากมูลในยุคแรกๆ

          หลังจากห่างหายไปจากแวดวงภาคประชาชน จนกระทั่งเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับพันธมิตรต่อต้านระบอบทักษิณ ในจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับคนเสื้อเหลืองแล้ว จะรู้จักเธอในฐานะดีเจและเจ้าของสถานีวิทยุชุมชนพิบูลมังสาหาร

          จากประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ วันนี้ เธอขันอาสาสวมหมวกกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ ภาคอีสาน ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมความหวัง

          “พรรคการเมืองใหม่ ถือว่าพรรคนี้สามารถเป็นความหวังให้กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ที่เสียเปรียบในสังคม เพราะพรรคการเมืองใหม่เกิดจากการต่อสู้ของประชาชน ท่ามกลางปัญหาการเมือง นักการเมืองทุจริต เมื่อเราตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาย่อมคาดหวังจะมีตัวแทนของพรรค ที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เบื้องต้นเราก็เพียงแต่คาดหวังในเรื่องนี้เท่านั้น หรือการที่พรรคการเมืองใหม่จะมี ส.ส.ของพรรค สัก 5-10 คน เข้าไปเป็นตัวแทนที่พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในสภาฯ บ้าง”


พันธมิตรฯ สู่พรรคการเมือง

          ขณะที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งหน้าสู่โหมดการเลือกตั้ง การเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองใหม่ในภาคอีสาน ก็ได้เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน

          ทัศนีย์ เล่าว่า ตอนนี้คณะกรรมการศูนย์และคณะกรรมการสาขาพรรคมีการประชุม ปรึกษาหารือเพื่อเลือกเฟ้นผู้ลงสมัคร ทั้งในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ จากการนำเสนอในแต่ละพื้นที่

          การทำงานในระดับภาคของพรรค มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและสาขาพรรคซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคเน้นการทำงานในพื้นที่ จัดตั้งแล้วใน จ.นครราชสีมา จ.อุบลราชธานี และ อยู่ระหว่างการดำเนินการใน จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ ในลักษณะการเตรียมปรับไปสู่รูปแบบสาขาพรรค ส่วนสาขาพรรคจังตั้งแล้ว ที่ จ.ขอนแก่น และอุดรธานี ทั้งหมดล้วนเป็นผลผลิตที่งอกเงยจากความร่วมมือของสมาชิกพรรคในพื้นที่โดยตรง

          สำหรับคุณสมบัติข้อแรกของบุคคลที่จะลงสมัครในนามพรรคการเมืองใหม่ จักต้องเป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อชาวบ้านมาก่อน

          “การพิจารณาบุคคลเพื่อลงสมัครเป็นตัวแทนของพรรคที่กำลังเกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางพรรคเน้นให้ตัวแทนผู้สมัคร มีร่องรอยของการต่อสู้เพื่อสังคม การช่วยเหลือความทุกข์ยาก เพื่อความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งแตกต่างจากพรรคอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับเงินทุน คนดัง คนมีชื่อเสียง”

          อาจฟังดูเหมือนอุดมการณ์จัด แต่พันธกิจของการเมืองใหม่ ทางพรรคก็จำเป็นต้องเลือกเฟ้นผู้สมัคร ส.ส.ที่ไปกันได้กับอุดมการณ์ของพรรค

          “อย่างน้อยๆ คนของพรรคจะต้องเป็นบุคคลที่เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับประเด็นปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาคนจน เพราะคนแบบนี้ย่อมจะเข้าใจความทุกข์ยากของประชาชนส่วนใหญ่

          “คนเล็กคนน้อยย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของพรรคนี้ อยากให้พรรคนี้เป็นของมวลชนตามปณิธานของพรรคการเมืองใหม่ ที่ปรารถนาให้พรรคเป็นตัวแทนของคนทุกชนชั้น ไม่เฉพาะตัวแทนของพี่น้องพันธมิตรเท่านั้น จริงอยู่ว่าพรรคการเมืองใหม่เกิดจากพันธมิตร แต่การเป็นพรรคการเมืองจะต้องเป็นตัวแทนของคนทุกคนในประเทศนี้ ไม่ว่าจะใส่สีอะไรหรืออยู่ในสาขาอาชีพไหน

          “การสร้างพรรคการเมืองในฐานะสถาบันการเมือง นักการเมืองจะต้องมีคุณลักษณะ คือซื่อสัตย์ เสียสละ กล้าหาญ ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเพื่อนายทุน”

          ขณะที่หัวหน้าพรรคฯ ประกาศนโยบายรัฐสวัดิการ ในส่วนของภาคอีสานก็มีการนำเสนอนโยบายเด่น เน้นแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้าน โดยเฉพาะนโยบายการบริหารจัดการแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อประโยชน์การทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เพื่อความยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยแนวทางเกษตรอินทรีย์ จะเป็นตัวนำหลักของพรรคการเมืองใหม่ในภาคอีสาน

          “ทุกนโยบาย ต้องมาจากปัญหาของประชาชน ซึ่งประชาชนภาคอีสานมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร ปัญหาหนี้สินที่ไม่เป็นธรรมที่สืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลประชานิยม จะต้องถูกยกเลิกด้วย”

          นโยบายดี แต่ในสนามการเลือกตั้ง พรรคนี้จะสู้กับอำนาจทุน และนักการเมืองเก่าอย่างไร

          เธอมองว่า ความสำคัญที่สุดของพรรคการเมืองใหม่ ไม่ใช่แค่จำนวน ส.ส. แต่คือโอกาสของพรรคในการนำเสนอความเป็นเนื้อหาที่แท้จริงของการเมืองใหม่ ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการเมืองเก่า อย่างเช่นการรณรงค์ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งจะนำไปสู่การไม่โกงกินคอร์รัปชั่น เพราะเมื่อ ส.ส.ซื้อสิทธิขายเสียง เข้าไปก็จะถอนทุนคืน

          “ถ้าพรรคการเมืองใหม่มีผู้แทนฯ พรรคก็จะมีความชอบธรรมในการนำเสนอนโยบาย ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราสามารถนำเสนอปัญหาเหล่านี้ในสภา โดยไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจใคร เพราะเราไม่ใช่พรรคของนายทุน เราสามารถเสนอการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า เรามองว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ พูดถึงการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญข้อหนึ่งของพรรคการเมืองใหม่ ที่เสนอการกระจายการถือครองและการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า มาตรการหนึ่งที่จะทำให้นายทุนต้องขายคืนที่ดินให้กับรัฐ รัฐก็จะนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน นโยบายหนึ่งที่ได้ผ่านการพูดคุยอย่างมากในคณะกรรมการของพรรคการเมืองใหม่”

          นอกจากนั้น ‘การเมืองใหม่’ ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่จะนำเสนอต่อประชาชนแล้วจะทำได้จริงหรือไม่ กำลังจะได้รับการพิสูจน์ในโอกาสที่พรรคเข้าไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง


พรรคใหม่ในสนามเลือกตั้ง

          พรคการเมืองใหม่คือภาคต่อของพันธมิตรฯ แต่เมื่อท่าทีแกนนำพันธมิตรอย่าง ‘สนธิ’ ประกาศปฏิเสธการเลือกตั้ง พรรคนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะส่งผู้สมัครเลือกตั้งในภารอีสานได้ครบทุกจังหวัดหรือไม่

          เธอยอมรับว่า แนวทางการส่งผู้สมัครยังไม่มีความชัดเจน จะชัดเจนในวันที่  24 เมษายนนี้ ปัญหาภายในที่เกิดขึ้นจะมีการพูดคุย โดยสมาชิกพรรคจะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นปัญหาอย่างกว้างขวาง

          คำประกาศดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่อนาคตพรรคการเมืองใหม่โดยตรง

          “แม้จะทำให้พรรคสะดุด ส่งผลกระทบต่อการทำงานในพื้นที่อยู่บ้าง เพราะครึ่งหนึ่งของพรรค คือความเป็นพันธมิตรฯ เราเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตร เราจึงเคารพความคิดเห็นของมวลชนที่แตกต่าง”

          อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองใหม่ยังเดินหน้า ทำงานสานต่อบทบาทของพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้มีเพียงหน้าที่การส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แต่พรรคมีหน้าที่ตั้งแต่ให้การศึกษากับประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย การสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน จากการที่เราได้มีโอกาสในการเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองใหม่กับประชาชนในกลุ่มต่างๆ ทำให้พรรคได้มีโอกาสทำงานกับกลุ่มชาวนา กลุ่มหนี้สินเกษตรกร มาตลอด

          “นี่คือกระบวนการทำงานของพรรคการเมือง การทำหน้าที่เหล่านี้จะเป็นตัวชี้ว่าพรรคจะดำเนินงานต่อไปอย่างไร เพียงแต่ว่าตอนนี้มันมีการเลือกตั้ง และหนึ่งในหน้าที่ของพรรคการเมือง คือการส่งผู้รับสมัครเลือกตั้งเพื่อให้เป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็ได้ทำอย่างเป็นขั้นตอน ถึงแม้จะมีเงียบๆ บ้าง ไม่ได้หวือหวาเพราะเราไม่ได้มีนายทุนหรือสื่อมากมาย แต่ในพื้นที่ที่มีศูนย์ฯ มีสาขา ทำงานในพื้นที่ตลอด โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมผู้หญิงกับการเมืองใหม่ ซึ่งสมาชิกพรรคกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง”

          ทุกวันนี้ สมศักดิ์ โกสัยสุข หัวหน้าพรรคได้ออกเดินสายพบปะสมาชิกพรรคบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็มุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้ง

          “เท่าที่ได้มีการพูดคุยปรึกษากัน ถ้าหากพื้นที่ไหนมีความพร้อมส่งผู้สมัครลงได้ ก็จะมีเตรียมการอย่างเต็มที่ แต่หากสาขาไหนที่ยังไม่มีความพร้อมในการส่งผู้แทนฯ สมาชิกพรรคจังหวัดอื่นๆ จะมีการระดมทุนไปช่วยเหลือจังหวัดที่มีความพร้อม ซึ่งยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนที่ประชาชนมีความตื่นตัว ไม่ว่าเขาจะช่วยเหลือพรรคได้มากน้อยอย่างไร ก็คือความตั้งใจของคนธรรมดากลุ่มหนึ่งที่อยากเห็นการเมืองใหม่ และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองของเรา”

          สรุปว่า พรรคการเมืองใหม่ ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง และเธออยากให้มองการเติบโตของพรรคกันอีกยาวๆ

          “ถ้าพรรคการเมืองใหม่เข้มแข็ง ยืนอยู่ได้ สามารถเป็นความหวังให้กับพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ คนยากคนจนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ชาวไร่ชาวนา และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม เครือข่ายที่ต่อสู้ปัญหาชาวบ้าน ที่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ตัวตนของพรรคการเมืองใหม่จะเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น ไม่นานมานี้มีการเคลื่อนไหวเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แม้เราจะไม่ได้เปิดตัวว่าเราเป็นคนของพรรคการเมืองใหม่ แต่จิตวิญญานของเราคือการทำงานประสานงานกับภาคประชาชน”

          “เมื่อเป็นพรรคการเมืองมีหน้าที่หลายอย่าง ภายใต้กรอบกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เราไม่สามารถไปแสวงหาความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองนอกรัฐธรรมนูญได้ ถ้าเราไม่ได้เป็นพรรคการเมือง เราอาจจะพูดอย่างนั้นได้ ในวันนี้พรรคต้องสร้างความเป็นสถาบันให้เติบโต”

          จะว่าไปแล้ว นี่เป็นภาพฝันที่ฝันมาตั้งแต่สมัย ‘ทัศนีย์’ ร่วมก่อร่างสร้างพรรคสานแสงทอง ในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว

          “พรรคการเมืองใหม่เพิ่งเริ่มต้นเพียงสองปี แต่การสร้างความเป็นสถาบัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียวได้ ความเป็นเจ้าของขึ้นอยู่กับพี่น้องกว่าหมื่นคนที่เป็นสมาชิก พวกเขาจ่ายค่าบำรุงสนับสนุนพรรค คนเหล่านี้ต่างหากที่พรรคต้องเคารพความคิดเห็น เพราะสมาชิกพรรคหลายคนเอาจริงเอาจังในการทำงาน เราต้องให้เกียรติเขา”

          ก่อนจะถึงบทสรุปทิศทางของพรรค เธอบอกว่า บทบาทของคุณสนธิในตอนนี้ คือเป็นแกนนำพันธมิตรฯ อย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรค เพราะได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคไปแล้ว เพื่อที่จะไปทำอีกบทบาทหนึ่งคือแกนนำมวลชน

          “ส่วนบุคคลที่เป็นสมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ก็ยังทำหน้าที่อย่างแข็งขันเต็มที่ และคุณสมศักดิ์ หัวหน้าพรรค ยังมุ่งเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งปีนี้”

           ที่สุด ‘การเมืองใหม่’ จะเลือก ‘อยู่’ หรือ  ‘พ้น’ เงาพันธมิตรฯ ก็นับเป็นบทเรียนสำคัญของภาคประชาชนกับการสร้างพรรคในฝัน น่าติดตามอย่างยิ่ง

คัดจากเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 983 วันที่ 1 เมษายน  2554  หน้า 16-17
ขอบคุณ FO3P.NET : บ้านสามจังหวัด
บทสัมภาษณ์สมศักดิ์ โกศัยสุข และบทสัมภาษณ์ทัศนีย์ บุญประสิทธิ์ (และ 2 บทความ/ทัศนะ)
http://www.fo3p.net/index.php?option=com_content&task=view&id=1281&Itemid=99#a1
บทความ/ทัศนะ

****

ภาพที่ 3
เนชั่นสุดฯฉบับ
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับ 983 (1 เมษายน 2554) รวมเรื่องเด่น ประเด็นร้อนเหมือนเดิม

1_enchan
raaysapdaah_khruenghnuengkhngphrrkh1_4_54

สัมผัส…อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสำเนียง เสียงภายใน

update 13-12-2555 23:25
wannaprasart blog

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s