กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

รวมพลังฯ 25 กต.ชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาFeb 7, 2011


กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 6 ก.พ. 2554 9:07:21

February 7, 2011, 2:36 pm
http:\\www.mfa.go.th/web/35.php?id=26465
Ministry of Foreign Affairs briefs Thailand-based diplomats on clashes at the Thai-Cambodian border
07 กุมภาพันธ์ 2554 14:36:50
กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
February 5, 2011
คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ:
ฟังเพลงเขมรเถิด..ชื่นใจ
I can’t continue hurt – Khmer Song
[Min Arch Bon Tor Ka Chheu Jap]
Artist: Anita

http://wp.me/p3uK8h-If
กต.ชี้แจงทูตประเทศ, ชายแดนไทย-กัมพูชา


Min Arch Bontor Ka Chheu Jab by (Anita M Vol 25)

http:\\m.mfa.go.th/main/contents/images/media-center-news-38469i2.jpg
http:\\www.mfa.go.th/web/2662.php?id=38469

ข่าวเด่น

7 ก.พ. 2554 14:36:50



กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา:



เมื่อวันที่
๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตประเทศต่าง ๆ ประจำประเทศไทย รวม ๑๖ ประเทศ มารับฟังข้อมูลกรณีเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา



ภาพที่ 2
http:\\m.mfa.go.th/main/contents/images/media-center-news-38468i1.jpg
http:\\www.mfa.go.th/web/2662.php?id=38468



คำแถลง
ของกระทรวงการต่างประเทศ:


เมื่อวันที่
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๕.๒๐ น. กองกำลังทหารกัมพูชาได้ยิงโจมตีต่อที่ตั้งของทหารไทยที่ภูมะเขือ โดยใช้ปืนครก เครื่องยิงลูกระเบิดและปืนไร้แรงสะท้อน

view all

ศูนย์ข่าว

http:\\www.mfa.go.th/web/2667.php
http:\\www.mfa.go.th/themes/2006/2007/images/viewall.jpg


ข่าวสารนิเทศ
– Ministry of Foreign Affairs briefs Thailand-based diplomats on clashes at the Thai-Cambodian border

February 7, 2011, 2:36 pm

On 5 February 2011, Mr. Thani Thongphakdi, Director General of the Department of Information and Foreign Ministry Spokesperson, gave a press conference following Foreign Minister Kasit Piromya’s meeting with a group of foreign ambassadors and diplomatic representatives to Thailand to brief the latter on the recent border clashes between Thailand and Cambodia.  The said briefing was attended by diplomats from eight ASEAN member countries, five permanent members of the United Nations Security Council or UNSC, and three countries with important roles concerning the work of the World Heritage Committee (Japan, Switzerland and Bahrain). Gist as follows:

1. Foreign Minister Kasit remarked to the foreign ambassadors and diplomats that it was unfortunate that the 4 February incident took place right after the 7th Meeting of the Joint Commission on the Bilateral Cooperation between Thailand and Cambodia (JC) on 3-4 February 2011 had successfully concluded.  At the JC meeting, both countries agreed to further promote their cooperation in all areas and to hold a meeting of the Joint Commission on Demarcation for Land Boundary (JBC) in Thailand as soon as possible.

2. The Foreign Minister reaffirmed that Thai troops responded only in self-defense.  In doing so, the Thai troops had exercised maximum restraint and used force only as necessary, in a manner proportionate to the threat against them. Additionally, fire was directed only at military targets from where the attacks were launched by Cambodian troops.  On the other hand, Thai civilians were severely affected by the recent clashes, which had caused loss of lives and injuries. More than 6,000 Thais residing in the border area had to be evacuated.  The Ministry of Interior has been tasked to render assistance to them.

3. Thailand does not want to see the fighting escalate to the point that it would affect overall bilateral relations. Both countries have also used various channels of communication at all levels to resolve the current situation.

4.  The Foreign Minister also informed the ambassadors and diplomatic representatives that the Royal Thai Government would send a note to the President of UNSC to inform all UNSC member countries about the situation and Thailand’s position.

5. Thailand noted the expressions of concern made by some countries regarding the situation. Most of them, including Mr. Surin Pitsuwan, Secretary-General of ASEAN, urged restraint and avoidance of the use of force, which was in line with Thailand’s own position. Both the ASEAN Secretary-General and Mr. Marty M. Natalegawa, Indonesian Foreign Minister as the current ASEAN chair had telephoned Foreign Minister Kasit, with the Indonesian Foreign Minister scheduled to visit Thailand on 8 February 2011 to receive information regarding the situation.

In response to media inquiries whether the Indonesian Foreign Minister would visit Thailand to play a “mediator” role, the Foreign Ministry Spokesperson said that his visit would only be to obtain facts about the border clashes between Thailand and Cambodia, not to “mediate.”

6. The Foreign Minister reiterated that the recent clashes reflect the sensitivity surrounding Cambodia’s unilateral attempt to list the Temple of Phra Viharn as a UNESCO World Heritage Site. In this regard, the World Heritage Committee (WHC) should postpone any consideration of the management plan proposed by Cambodia until the boundary negotiation under the JBC is concluded.

7. The Foreign Minister expressed his hope that the current border situation could be resolved quickly. He also asked the diplomats to report back to their capitals on the facts of what had transpired.

8. With regard to further action by the Royal Thai Government following Prime Minister Abhisit Vejjajiva’s instruction to call on the WHC to postpone the consideration of the management plan in the area of Phra Viharn Temple, the Foreign Ministry Spokesperson stated that the Ministry of Foreign Affairs had earlier sent a number of notes to the UNESCO Director-General, the latest one dated 24 January 2011.  It had pointed out that the problem along the Thai-Cambodian border was a highly sensitive one and could cause international tension, and that the consideration of the management plan should therefore be postponed.  After what has happened, Thailand would send another note to the UNESCO Director-General to express its concerns once again.

9. The Spokesperson said that since both countries intended to hold the next JBC meeting as soon as possible, this afternoon (5 February 2011) Foreign Minister Kasit would call Mr. Hor Namhong, Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs and International Cooperation of Cambodia, to discuss the earliest mutually convenient date for the said meeting.




ภาพที่ 3
http:\\m.mfa.go.th/main/contents/images/media-center-news-38469i1.jpg

 ศูนย์ข่าว


ข่าวสารนิเทศ

กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงทูตประเทศต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

07 กุมภาพันธ์ 2554 14:36:50

เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตประเทศต่าง ๆ ประจำประเทศไทย รวม ๑๖ ประเทศ มารับฟังข้อมูลกรณีเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้ร่วมรับฟังประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน ๘ ประเทศ ประเทศสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council -UNSC) ๕ ประเทศ และประเทศที่มีบทบาทในงานภายใต้กรอบมรดกโลก ๓ ประเทศ (ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และบาห์เรน) สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวต่อผู้แทนประเทศต่าง ๆ ว่า เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เกิดเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เป็นไปอย่างราบรื่น โดยทั้งสองประเทศตกลงที่จะผลักดันความร่วมมือด้านต่าง ๆ ร่วมกัน รวมทั้งเห็นพ้องกันให้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา (JBC) โดยเร็ว

๒. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการฯ ได้ยืนยันเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทัพไทยในเหตุปะทะครั้งนี้ว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน การดำเนินการของทหารไทยเป็นลักษณะของการป้องกันตัวเอง โดยได้แสดงความอดกลั้นอย่างที่สุด ตอบโต้เท่าที่จำเป็น สมน้ำสมเนื้อ และมุ่งตอบโต้ต่อเป้าหมายทางการทหารของกัมพูชาเท่านั้น แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนพลเรือนไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปะทะที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และต้องอพยพประชาชนกว่า ๖,๐๐๐ คนออกจากพื้นที่ ซึ่งในขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้เข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนเหล่านี้แล้ว

๓.  ประเทศไทยไม่ต้องการให้เหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวบานปลายจนมากระทบกับความสัมพันธ์ทวิภาคีในภาพรวม ซึ่งทั้งสองประเทศก็มีช่องทางในการสื่อสารระหว่างกันในทุกระดับเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและให้สถานการณ์คลี่คลายได้โดยเร็ว

๔. รัฐมนตรีว่าการฯ ยังได้แจ้งให้เอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตประเทศต่าง ๆ ทราบด้วยว่า รัฐบาลไทยจะได้มีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อเวียนให้ประเทศสมาชิก UNSC ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและท่าทีของประเทศไทยในเรื่องนี้ต่อไป

๕. ฝ่ายไทยรับทราบว่ามีฝ่ายต่าง ๆ ที่ได้แสดงท่าทีเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ โดยส่วนมากก็จะเรียกร้องให้ทั้งไทยและกัมพูชาใช้ความอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง รวมทั้งนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน และนาย Marty M. Natalegawa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ที่ก็ได้โทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีว่าการฯ แล้ว ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียประสงค์จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เพื่อมารับทราบข้อมูลด้วย ซึ่งท่าทีของฝ่ายต่าง ๆ ดังกล่าว สอดคล้องกับท่าทีของไทยอยู่แล้วที่ได้แสดงความอดกลั้นอย่างที่สุด

ต่อคำถามของผู้สื่อข่าวว่าการมาเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียดังกล่าวมาในฐานะของผู้ไกล่เกลี่ย (mediator) หรือไม่นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เป็นเพียงการเดินทางมารับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น

๖. รัฐมนตรีว่าการฯ ได้ย้ำต่อผู้แทนประเทศต่าง ๆ ว่า การปะทะกันที่เกิดขึ้นเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ดังนั้น คณะกรรมการมรดกโลกจึงควรชะลอการพิจารณาแผนบริหารจัดการบริเวณปราสาทพระวิหารไว้จนกว่าการเจรจาเขตแดนภายใต้กรอบของ JBC จะแล้วเสร็จ

๗. รัฐมนตรีว่าการฯ ได้แสดงความหวังว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจะคลี่คลายโดยเร็ว และขอให้เอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตประเทศต่าง ๆ รายงานให้ประเทศของตนทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย

๘. ต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลไทยตามดำริของนายกรัฐมนตรีที่จะเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกชะลอการพิจารณาแผนการบริหารจัดการบริเวณปราสาทพระวิหารของกัมพูชา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเคยมีหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) หลายครั้งแล้ว และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศได้ จึงควรชะลอการพิจารณาแผนบริหารจัดการฯ ไว้ก่อน และในครั้งนี้ ไทยก็จะมีหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO เพื่อแจ้งข้อกังวลดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

๙. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตามที่ทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะจัดการประชุม JBC โดยเร็ว นั้น ในช่วงบ่ายของวันนี้ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) รัฐมนตรีว่าการฯ จะได้โทรศัพท์ถึงนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อกำหนดวันประชุมที่ทั้งสองฝ่ายสะดวกในโอกาสแรกต่อไป

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น


M Production
25

I can’t continue hurt – Khmer Song
[Min Arch Bon Tor Ka Chheu Jap]
Artist: Anita

รู้สึก…แลลึกซึ้ง ซึ่งสำเนียง เสียงภายใน

update 17-12-2555 06:55
wannaprasart blog

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s