Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand กระทรวงการต่างประเทศ

รวมพลังฯ 23 แถลงการณ์กต.ไทยJan 31 – กัมพูชาFeb 01, 2011 CONCERNING THE KEO SIKHA KIRI SVARA PAGODA





Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand
กระทรวงการต่างประเทศ



Thai
|


Eng


Ministry
of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand
กระทรวงการต่างประเทศ

http:\\www.mfaic.gov.kh/mofa/MasterPages/greeict_menu/images/mofa-banner-amination-970-x-124.gif

January 31, 2011, 5:42

Statement of the Ministry of Foreign Affairs of Thailand concerning the flag over the “Keo Sikha Kiri Svara” Pagoda

31 มกราคม 2554 17:42:18
ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกรณีธงกัมพูชาที่ปรากฏอยู่เหนือ “วัดแก้วสิกขาคีรีศวร”

Date: 2/1/2011
Cambodian Foreign Ministry’s Statement Responsive to Thai Foreign Ministry’s

พนมเปญ, ๑ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑
แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาต่อคำแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ กรณีวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา

http://wp.me/p3uK8h-Il
แถลงการณ์, แถลงการณ์กต.ไทย, THE KEO SIKHA KIRI SVARA


31 มกราคม
2554 17:42:18

ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกรณีธงกัมพูชาที่ปรากฏอยู่เหนือ “วัดแก้วสิกขาคีรีศวร”


Thailand 1.

Press Release

– Statement of the Ministry of Foreign Affairs of Thailand concerning the flag over the “Keo Sikha Kiri Svara” Pagoda

January 31, 2011, 5:42 pm

Statement of the Ministry of Foreign Affairs of Thailand concerning the flag over the “Keo Sikha Kiri Svara” Pagoda

With reference to the Declaration of the Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation of the Kingdom of Cambodia dated 28 January 2011 regarding the issue of the flag of the Kingdom of Cambodia that is flying over the “Keo Sikha Kiri Svara” Pagoda, the Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand wishes to state the following:

1. According to the Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Survey and Demarcation of Land Boundary of 2000, the 1904 and 1907 Treaties and “other documents relating to the application” of both treaties are the relevant legal documents to determine the boundary line. Thailand therefore does not accept the assertion by Cambodia that the 1:200,000 Map is the basis for determining the boundary.

ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกรณีธงกัมพูชาที่ปรากฏอยู่เหนือ “วัดแก้วสิกขาคีรีศวร”

31 มกราคม 2554 17:42:18

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชามีคำประกาศ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ เกี่ยวกับธงกัมพูชาที่ปรากฏอยู่เหนือ “วัดแก้วสิกขาคีรีศวร” นั้น กระทรวงการต่างประเทศขอแถลง ดังนี้

๑. ตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี ๒๕๔๓ อนุสัญญาและสนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ปี ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้สัญญาทั้งสองฉบับ ถือเป็นเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการกำหนดเขตแดน ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่ยอมรับข้ออ้างของกัมพูชาว่าแผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ เป็นเอกสารที่จะกำหนดเขตแดน

Cambodia 1.

“STATEMENT OF THE MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS AND INTERNATIONAL COOPERATION OF CAMBODIA REGARDING THE STATEMENT OF THE MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS OF THAILAND ON 31 JANUARY 2011 CONCERNING THE KEO SIKHA KIRI SVARA PAGODA OF CAMBODIA

1-The Franco-Siamese Convention of 1904 and the Treaty of 1907 established Joint Commission on the Delimitation of Frontiers between Indo-China and Siam. The Franco-Siamese Commission produced a set of 1/200,000 maps, including “Dangrek” map that included the Temple of Preah Vihear, which the International Court of Justice referred to as Map ‘Annex I’.

The MoU of 2000 [Article 1 (c)] refers to the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 as well as the maps of the demarcation works of the Commission on the Delimitation of Boundary between Indo-China and Siam, set up under the said Convention and Treaty.

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาต่อคำแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ กรณีวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา

-อนุสัญญาปี ค.ศ. ๑๙๐๔ และสนธิสัญญา ปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ตั้งคณะกรรมการผสมปักปันเขตแดนระหว่างอินโด-จีนและสยาม คณะกรรมการฝรั่งเศส-สยามได้จัดทำแผนที่ ๑/๒๐๐,๐๐๐ ขึ้นมาชุดหนึ่ง รวมถึงแผนที่ “ดงรัก” ซึ่งรวมปราสาทพระวิหาร ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศอ้างถึงว่าแผนที่ “ผนวก ๑”

บันทึกความเข้าใจฯ ปี ๒๐๐๐ ข้อ ๑(ค) อ้างถึงอนุสัญญา ค.ศ.  ๑๙๐๔ และสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๗ เช่นเดียวกันกับแผนที่ของงานจัดทำหลักเขตของคณะกรรมการผสมปักปันเขตแดนระหว่างอินโด-จีนและสยาม ที่ตั้งขึ้นภายใต้อนุสัญญาและสนธิสัญญาที่กล่าวถึง


Thailand 2.

2. Cambodia also admitted in the afore-mentioned Declaration that the decision of the International Court of Justice (ICJ) of 1962 did not rule on the question of the boundary line between Thailand and Cambodia.

๒. กัมพูชาได้ยอมรับในคำประกาศฉบับดังกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๐๕ (ค.ศ. ๑๙๖๒) มิได้ตัดสินในเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา

Cambodia 2.

2-The judgment grounds of the International Court of Justice (ICJ) in 1962, which was based principally on the Map ‘Annex I’, had clearly mentioned as follows:

‘The Court however considers that Thailand in 1908-1909 did accept the Annex I map as representing the outcome of the work of delimitation, and hence recognized the line on that map as being the frontier line, the effect of which is to situate Preah Vihear in Cambodian territory’…

‘Both Parties, by their conduct, recognize the line and thereby in effect agreed to regard it as being the frontier line’…

‘There is, however, no reason to think that the Parties attached any special importance to the line of the watershed …The Court, therefore, feels bound, as a matter of treaty interpretation, to pronounce in favour of the line as mapped in the disputed area’ …etc…

Therefore, the KEO SIKHA KIRI SVARA pagoda is legally well situated in Cambodian territory; and by no means will Cambodia relocate this pagoda elsewhere and Cambodia will continue to fly its flag there.

-พื้นฐานคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ซึ่งโดยหลักการอาศัยแผนที่ “ผนวก ๑” ได้ให้ความเห็นอย่างชัดเจน ดังต่อไปนี้:

“ศาล อย่างไรก็ตาม เห็นว่าประเทศไทยในปี ค.ศ. ๑๙๐๘-๑๙๐๙ ได้ยอมรับแผนที่ผนวก ๑ ในฐานะเป็นผลงานของการปักปันเขตแดน และด้วยเหตุนี้จึงจดจำเส้นบนแผนที่นั้นในฐานะเป็นเส้นเขตแดน ผลคือวางพระวิหารในพื้นดินกัมพูชา” …

“คู่ภาคี โดยการปฏิบัติ จดจำเส้นและด้วยเหตุนั้น เป็นผลเห็นชอบให้อ้างเส้นนั้นเป็นเส้นเขตแดน” …

“อย่างไรก็ตาม ไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่าคู่ภาคีได้แนบสิ่งสำคัญเป็นพิเศษใดลงไปยังเส้นสันปันน้ำ.. ศาล ด้วยเหตุนี้ รับรู้ขอบเขต ตามการตีความสนธิสัญญา ที่จะประกาศความชอบของเส้นตามที่ลากไว้ในพื้นที่พิพาท” …ฯลฯ…

ด้วยเหตุนี้ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระตั้งอยู่บนพื้นดินกัมพูชาโดยชอบตามกฎหมาย และไม่มีเหตุผลใดที่กัมพูชาจะย้ายวัดนี้ไปไว้ที่อื่น และกัมพูชาจะยังคงปักธงชาติไว้ที่นั่น


Thailand 3.

3. Thailand maintains that the “Keo Sikha Kiri Svara” Pagoda is situated on Thai territory, and demands that Cambodia remove both the pagoda and the Cambodian flag flying over the pagoda. This is a reiteration of the many protests that Thailand has submitted to Cambodia regarding the activities carried out in the pagoda and the surrounding area, all of which constitute violations of sovereignty and territorial integrity of the Kingdom of Thailand.

๓. ประเทศไทยยืนยันว่า “วัดแก้วสิกขาคีรีศวร” ตั้งอยู่ในอาณาเขตไทย และเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชารื้อถอนวัดแก้วฯ และปลดธงกัมพูชาที่ประดับเหนือวัดแก้วฯ ข้อเรียกร้องนี้เป็นการย้ำถึงการประท้วงหลายครั้งของไทยต่อกัมพูชาเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ในวัดแก้วฯ และบริเวณโดยรอบ ซึ่งล้วนเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย

Cambodia 3.

3-It is well acknowledged in Thailand that the KEO SIKHA KIRI SVARA pagoda was built by the people of Cambodia in 1998 with the flag of the Kingdom of Cambodia flying over this pagoda since then. The question is why only now that Thailand demanded for the removal of Cambodia’s flag. Until now, Cambodia has never received any official demand from Thailand.

– เป็นที่รับทราบอย่างดีในประเทศไทยว่า วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระสร้างโดยประชาชนของกัมพูชา ในปี ค.ศ. ๑๙๙๘1 พร้อมธงของราชอาณาจักรกัมพูชาโบกเหนือวัดนี้นับแต่นั้น คำถามคือทำไมประเทศไทยเพิ่งจะเรียกร้องให้ปลดธงชาติกัมพูชาในเวลานี้ กระทั่งปัจจุบัน กัมพูชายังไม่เคยได้รับข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย


Thailand 4.

4. The Ministry reaffirms Thailand’s commitment to resolving all boundary issues with Cambodia in accordance with international law through peaceful means under the framework of the Thai-Cambodian Joint Commission on Demarcation for Land Boundary (JBC). The determination of the boundary line in the area of the Temple of Phra Viharn is still subject to on-going negotiation under the framework of the JBC.

๔. กระทรวงการต่างประเทศยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะแก้ไขปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยสันติวิธี ภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา การกำหนดเส้นเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการเจรจาภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการฯ

Cambodia 4.

4-Cambodia’s only since desire is to find a peaceful solution with Thailand on the demarcation of the border according to legal documents, including the Agreed Minutes of the Joint Border Commission (JBC). Cambodia reserves its rights to defend its sovereignty and territorial integrity, while Prime Minister Abhisit has threatened to wage war against Cambodia.

-ความปรารถนาโดยบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวของกัมพูชา คือการหาทางออกอย่างสันติกับประเทศไทยต่อการจัดทำหลักเขตแดนโดยยึดตามเอกสารทางกฎหมาย รวมถึง
ข้อตกลงของคณะกรรมการธิการเขตแดนร่วม (JBC)
กัมพูชารักษาสิทธิที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของตนเอง ขณะที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ขู่จะประกาศสงครามต่อกัมพูชา

พนมเปญ, ๑ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑

 


ฟิฟทีนมูฟ แปลและเรียบเรียงตรงตัว

——————————————


Date: 2/1/2011

Cambodian Foreign Ministry’s Statement Responsive to Thai Foreign Ministry’s

Date: 2/1/2011
Cambodian Foreign Ministry’s Statement Responsive to Thai Foreign Ministry’s

รู้สึก…แลลึกซึ้ง ซึ่งสำเนียง เสียงภายใน

update 9-17-2555 03:45
wannaprasart blog

Advertisements

2 thoughts on “รวมพลังฯ 23 แถลงการณ์กต.ไทยJan 31 – กัมพูชาFeb 01, 2011 CONCERNING THE KEO SIKHA KIRI SVARA PAGODA

  1. wannaprasart

    Cambodia To Continue to Fly Its Flag at Keo Sikha Kiri Svara Pagoda

    Posted on February 1, 2011 by hcgcambodia

    Cambodia’s Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation has, in a statement, reiterated that the Keo Sikha Kiri Svara pagoda is legally well situated in Cambodian territory, thus the country will continue to fly its flag there.

    The following is the full statement dated today:

    “STATEMENT OF THE MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS AND INTERNATIONAL COOPERATION OF CAMBODIA REGARDING THE STATEMENT OF THE MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS OF THAILAND ON 31 JANUARY 2011 CONCERNING THE KEO SIKHA KIRI SVARA PAGODA OF CAMBODIA

    1-The Franco-Siamese Convention of 1904 and the Treaty of 1907 established Joint Commission on the Delimitation of Frontiers between Indo-China and Siam. The Franco-Siamese Commission produced a set of 1/200,000 maps, including “Dangrek” map that included the Temple of Preah Vihear, which the International Court of Justice referred to as Map ‘Annex I’.

    The MoU of 2000 [Article 1 (c)] refers to the Convention of 1904 and the Treaty of 1907 as well as the maps of the demarcation works of the Commission on the Delimitation of Boundary between Indo-China and Siam, set up under the said Convention and Treaty.

    2-The judgment grounds of the International Court of Justice (ICJ) in 1962, which was based principally on the Map ‘Annex I’, had clearly mentioned as follows:

    ‘The Court however considers that Thailand in 1908-1909 did accept the Annex I map as representing the outcome of the work of delimitation, and hence recognized the line on that map as being the frontier line, the effect of which is to situate Preah Vihear in Cambodian territory’…

    ‘Both Parties, by their conduct, recognize the line and thereby in effect agreed to regard it as being the frontier line’…

    ‘There is, however, no reason to think that the Parties attached any special importance to the line of the watershed …The Court, therefore, feels bound, as a matter of treaty interpretation, to pronounce in favour of the line as mapped in the disputed area’ …etc…

    Therefore, the KEO SIKHA KIRI SVARA pagoda is legally well situated in Cambodian territory; and by no means will Cambodia relocate this pagoda elsewhere and Cambodia will continue to fly its flag there.

    3-It is well acknowledged in Thailand that the KEO SIKHA KIRI SVARA pagoda was built by the people of Cambodia in 1998 with the flag of the Kingdom of Cambodia flying over this pagoda since then. The question is why only now that Thailand demanded for the removal of Cambodia’s flag. Until now, Cambodia has never received any official demand from Thailand.

    4-Cambodia’s only since desire is to find a peaceful solution with Thailand on the demarcation of the border according to legal documents, including the Agreed Minutes of the Joint Border Commission (JBC). Cambodia reserves its rights to defend its sovereignty and territorial integrity, while Prime Minister Abhisit has threatened to wage war against Cambodia.

    Like

  2. buadhram

    ถึงหล่อหลักลอย ขอรับ……..

    ทำร้อยฝันวันฟ้าใหม่ ไอ้ขี้ข้า
    ผยองว่าจบอีตั้น ไอ้สันขวาน
    ถึงมีแม่ ชื่อสดใส ในตำนาน
    คงถึงกาลโศกสลด หมดความดี

    มึงมันโม้ อีโก้กลาก มากหมกชั่ว
    มึนเมามัว บ้าอัตตา บ้าป้ายสี
    แสร้งทำตัว ซ่อนคาวเหม็น เป็นผู้ดี
    ไอ้อัปรีย์ ดีไม่คบ จบแล้วมึง………

    ด้วยระลึกถึงท่าน wannaprasart ขอรับ

    ป.ล. ข้าน้อยกลับมาจากทุ่งแล้งร้างแล้ว
    เมื่อวานคืนไปร่วมชุมนุม…มีพวก ปลอมตัวมาแสร้งทำ ป่วนในเวที
    มันถนัดจริงๆ เรื่อง มาร มาร นี่เนาะ……

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s