“มาร์ค” แจงผ่านเฟซบุ๊ก 20 จุดยืน ไม่เลิกเอ็มโอยู 43


“นายกฯ” เผยแพร่บทความ 20 หน้า แสดงจุดยืนรัฐบาลประชาธิปัตย์ เปรียบเทียบกับ จุดยืนของพันธมิตรฯ 20 ข้อ ยืนยันทำถูกต้องที่ยึดมั่นดำเนินการตามเอ็มโอยู 43
“มาร์ค” แจงผ่านเฟซบุ๊ก 20 จุดยืน ไม่เลิกเอ็มโอยู 43
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ธันวาคม 2553 08:29 น.
Local – Manager Online – เขมรจับ ส.ส.ปชป.พร้อม “แซมดิน-วีระ” ขณะพิสูจน์ชายแดนสระแก้ว

http://wp.me/p3uK8h-1b
เอ็มโอยู 43

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

 

“นายกฯ” เผยแพร่บทความ 20 หน้า แสดงจุดยืนรัฐบาลประชาธิปัตย์ เปรียบเทียบกับ จุดยืนของพันธมิตรฯ 20 ข้อ ยืนยันทำถูกต้องที่ยึดมั่นดำเนินการตามเอ็มโอยู 43

 

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ช่องทางเฟซบุ๊ก Abhisit Vejjajiva เผยแพร่บทความ โดยมีการโพสต์ข้อความหัวข้อ “เปรียบเทียบจุดยืนกรณีเขตเเดนไทยกัมพูชา” มีความยาว 20 หน้า เปรียบเทียบจุดยืนกรณีเขตแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างรัฐบาลประชาธิปัตย์ กับจุดยืนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รายละเอียดติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก Abhisit Vejjajiva

 

ภาพแผนผังพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร

Photobucket

       สรุปโดยย่อจุดยืนของรัฐบาลประชาธิปัตย์ 20 ข้อ ดังนี้

 

จุดยืนที่ 1

1.รัฐบาลใช้บันทึกความเข้าใจ ปี 43 เป็นกลไกในการเจรจา โดยแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน ระวางดงรัก ไม่ใช่ผลงานของคณะ กรรมการปักปัน ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญาฯ ไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย และไม่สามารถนำไปถ่ายทอดลงในภูมิประเทศจริงได้

 

จุดยืนที่ 2

2.บันทึกความเข้าใจ ปี 43 กำหนดให้จัดทำภาพถ่ายทางอากาศ และสำรวจภูมิประเทศร่วมกัน เมื่อใช้เทคโนโลยีปัจจุบันแล้วจะพบว่า ภูมิประเทศจริงไม่ได้เป็นไปตามแผนที่ระวางดงรัก จะยืนยันว่าแผนที่ดังกล่าวนำมาใช้ไม่ได้

 

จุดยืนที่ 3

3.แนวสันปันน้ำมีคำจำกัดความทางวิชาการเป็นสากล มีกฎหมายระหว่างประเทศรับรอง มิใช่เป็นการสำรวจ และหาแนวสันปันน้ำใหม่

 

จุดยืนที่ 4

4.การมีบันทึกความเข้าใจ ปี 43 เพื่อป้องกันไม่ให้กัมพูชานำเรื่องการตีความคดีเขาพระวิหารขึ้นศาลโลกได้อีก

 

จุดยืนที่ 5

5.รัฐบาลได้ทำหนังสือถึงกัมพูชา จะใช้แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระวางดงรัก

 

จุดยืนที่ 6

6.หากไม่มีบันทึกความเข้าใจ ปี 43 ต่างฝ่ายต่างจะยึดถือเส้นเขตแดนธรรมชาติที่ตนเองเข้าใจ ก็จะเกิดความขัดแย้งนำไปสู่การสู้รบกัมพูชาได้ละเมิดบันทึกความเข้าใจ ปี 43 ข้อ 5 ไทยทำหนังสือประท้วงไปหลายครั้ง และกัมพูชายอมที่จะย้ายชุมชน และตลาดออก จากพื้นที่ดังกล่าว

 

จุดยืนที่ 7-8

7.บันทึกความเข้าใจ ปี 43 เป็นกลไกทวิภาคี ในการแก้ไขข้อพิพาทด้านเขตแดนอย่างสันติวิธี ไม่จำเป็นต้องพึ่งสหประชาชาติ หรือศาล โลกเข้ามาร่วมแก้ไขข้อพิพาท

 

8.ไทยไม่เคยสละหลักสันปันน้ำ และไม่ยอมรับแผนบริหารจัดการมรดกโลกของกัมพูชา ทำให้การประชุมมรดกโลกเลื่อนไปเป็นมิถุนายนปีหน้า

 

จุดยืนที่ 9

9.กัมพูชาไม่สามารถเสนอพื้นที่กันชนต่อมรดกโลก ต้องรอเจรจากับไทยตามบันทึกความเข้าใจ ปี 43

 

จุดยืนที่ 10

10.นายสุวิทย์ (คุณกิตติ) ไม่มีอำนาจลงนามประนีประนอม เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการมรดกโลก แต่ลงนามเพื่อรับรองว่ามติการประชุมเป็นที่พึงพอใจของไทย และเอกสารที่กัมพูชามอบไว้ในการประชุมครั้งที่ 34 ยังมิใช่เอกสารอ้างอิงที่จะใช้ในการประชุมครั้งที่ 35 ในปีหน้า เพราะกัมพูชายังละเมิดบันทึกความเข้าใจ ปี 43 ต้องทำเอกสารใหม่ และไทยสงวนสิทธิ์ขอพิจารณาในรายละเอียด และเอกสารของกัมพูชาที่แนบท้ายแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน กัมพูชาทำมาแจกนอกรอบไม่ใช่เอกสารการประชุม ไทยไม่ยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และได้ท้วงติงการที่ยูเนสโกให้เงินกัมพูชา 5 หมื่นเหรียญเพื่อซ่อมแซมตลาด และพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเจรจาตามบันทึกความเข้าใจ ปี 43 และไทยยืนยันจะคัดค้านการตั้งคณะกรรมการประสานงานนานาชาติเพื่ออนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร เพราะเข้าข่ายล่วงละเมิดอธิปไตยไทย

 

จุดยืนที่ 11

11.บันทึกความเข้าใจ ปี 43 เป็นตัวยืนยันว่ายังมีข้อพิพาทเขตแดนอยู่ ต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน

 

จุดยืนที่ 12

12.การยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ปี 43 จะทำให้ต่างฝ่ายต่างยึดแนวทางที่ตัวเองเชื่อ จะนำไปสู่การเผชิญหน้ากัน

 

จุดยืนที่ 13

13.ผลการประชุมเจบีซีไม่มีผลเสีย เพราะบันทึกความเข้าใจ ปี 43 ยึดตามลักสันปันน้ำ แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนของกัมพูชานำมาใช้ไม่ได้ ที่ไม่คัดค้านในที่ประชุมเพราะเป็นสิทธิของกัมพูชาจะเข้าใจตามที่ตัวเองเชื่อ แต่ตามกรอบเจบีซีแผนที่ดังกล่าวใช้ไม่ได้ กระทรวงการต่างประเทศจะปรับท่าทีในการประชุมครั้งต่อไป และไทยจะไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าว

 

จุดยืนที่ 14

14.การตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องเจบีซี ไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา แต่ตั้งตามที่พันธมิตรฯ เสนอ

 

จุดยืนที่ 15

15.การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

 

จุดยืนที่ 16

16.การที่ 79 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เข้าชื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกรอบเจบีซี เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการอ้างอิงของรัฐสภา

 

จุดยืนที่ 17

17.รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวไทยเข้าไปเยี่ยมชมปราสาทพระวิหาร กัมพูชาออกข่าวแต่เพียงฝ่ายเดียว ไทยไม่ถอนทหาร กัมพูชายอมถอนชุมชนและตลาด ต้องเจรจาตามกรอบบันทึกความเข้าใจ ปี 43 ต่อไป จึงยังไม่สามารถทำแผนบริหารจัดการมรดกโลกได้

 

จุดยืนที่ 18

18.การไม่ถอนตัวจากภาคีมรดกโลกทำให้ไทยมีช่องทางต่อสู้มากขึ้น คณะกรรมการมรดกโลกต้องฟังไทย และชะลอการพิจารณาแผนบริหารจัดการไปปีหน้า และไม่ได้ทำให้เวลาในการแก้ปัญหาเหลือน้อยลง เนื่องจากการประขุมคณะกรรมการมรดกโลกกำหนดไว้เดือนมิถุนายน 2554

 

จุดยืนที่ 19

19.หากเห็นว่าการเป็นภาคีมรดกโลกไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป เราก็ทิ้งหมากตัวนี้ได้ แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคณะกรรมการมรดกโลกไม่ฟังเราเท่านั้น และการถอนตัวในภายหลังก็ไม่ได้ส่งผลเสียหายใดๆ

 

จุดยืนที่ 20

20.รัฐบาลยืนยันว่าการทำให้มีสงครามหรือปะทะกันมิได้ช่วยแก้ปัญหา หลังจากยุติการปะทะกันก็ต้องหันเข้ามาเจรจากันอยู่ดี

ราชอาณาจักรไทยคือสิ่งที่รัฐบาลและคนไทยจะร่วมกันปกป้อง ตอนที่3
ราชอาณาจักรไทยคือสิ่งที่รัฐบาลและคนไทยจะร่วมกันปกป้อง ตอนที่2
ราชอาณาจักรไทยคือสิ่งที่รัฐบาลและคนไทยจะร่วมกันปกป้อง

เขมรจับ ส.ส.ปชป.พร้อม “แซมดิน-วีระ” ขณะพิสูจน์ชายแดนสระแก้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2553 12:43 น.

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ 1 ในคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมล่าสุด

ทหารเขมรจับ “พนิช” ส.ส.ปชป. พร้อม “แซมดิน-วีระ” ขณะพิสูจน์การรุกล้ำเขตแดนไทย ที่ อ.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว เผยคนไทยถูกจับ 10 คน ขณะไปหาหลักเขตที่ 46 ยืนยันเป็นที่ของไทย มี น.ส. 3 ก.ครอบครองถูกต้อง แต่เขมรส่งกำลังพร้อมอาวุธเข้ายึด

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางพร้อมกับ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายวีระ สมความคิด นายเปี๊ยก ตายแน่ พิธีกรเอฟเอ็มทีวี และผู้ติดตามเป็นหญิง 2 คน ชาย 1 คน ไปพิสูจน์การรุกล้ำอธิปไตยไทยโดยกัมพูชา ที่ อ.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว หลังจากที่นายพนิชได้ไปพูดคุยกับสมณะโพธิรักษ์ แห่งสันติอโศก และทราบว่ามีชาวบ้านมาร้องเรียนไปยังว่าถูกทหารกัมพูชาเข้ามายึดที่นามาเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว เมื่อร้องเรียนไปยังหน่วยราชการต่างๆ ไม่มีความคืบหน้า

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่คณะนายพนิช เดินทางเข้าพื้นที่ และจอดรถที่ถนนศรีเพ็ญ บ้านหนองจาน อ.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว ซึ่งยังอยู่ในเขตแดนไทย ก็ถูกทหารกัมพูชาเข้ามาควบคุมตัวไว้ทั้งหมด พร้อมกับพยายามยึดเอาอุปกรณ์เครื่องเสียงของสถานีโทรทัศน์เอฟเอ็มทีวีเอาไว้ ขณะที่นายพนิชได้ให้คนขับรถโทรศัพท์บอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่ากากระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายอภสิทธิ์ทราบเรื่องแล้ว

สำหรับ นายพนิช เคยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่จะลาออกมาลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 6 แทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากนายทิวา เงินยวง เสียชีวิต

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเปิดเผยว่า ล่าสุด ตนได้คุยโทรศัพท์กับ ร.ต.แซมดินแล้ว ซึ่ง ร.ต.แซมดินแจ้งว่ามีผู้ถูกจับทั้งหมด 10 คน ขณะกำลังไปหาหลักเขตที่ 46 และยืนยันว่าบริเวณที่ถูกจับอยู่ในเขตไทย เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.และชาวบ้านเสียภาษีทุกปี แต่ถูกทหารกัมพูชานำกำลังเข้ามายึดพื้นทีพร้อมอาวุธปืนอาก้าครบมือ ขณะเดียวกันมีการปักธงกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

สัมผัส…อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสำเนียง เสียงภายใน

wannaprasart blog

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s